Top
Volti Restaurant & Bar

VOLTI, CASUAL ITALIAN DINING ON CHAO PHRAYA RIVER

1

WHAT    : Volti Restaurant & Bar

WHERE : Shangri-La Hotel Bangkok

WHEN   : Daily 18:00 – 22:30 hrs.

VIBE      More than classic Italian food, Volti has further offered much more healthy menu with special seasonal imported ingredients. If you are looking for an excellent food and charming setting with a view of the winding Chao Phraya River. Shangri-La’s Volti Ristorante & Bar is an excellent choice for you to enjoy romantic dinner, a meeting up with friends or even a lovely meal with family.

เมื่อไหร่ที่พูดถึงร้านอาหารอิตาเลียนในโรงแรม 5 ดาว หลายท่านคงจินตนาการถึงบรรยากาศที่เป็นทางการในห้องอาหารที่ตกแต่งอย่างหรูหราโออ่า แต่ใครจะคาดคิดว่าเราจะได้พบกับอาหารอิตาเลียนต้นตำรับ คุณภาพเยี่ยมและเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่คิดที่ห้องอาหาร Volti Ristorante & Bar ณ โรงแรม 5 ดาวที่ติดอันดับต้นๆของกรุงเทพอย่าง Shangri-La Bangkok

Volti ให้การต้อนรับทุกท่านในบรรยากาศผ่อนคลาย สนุกสนาน และเป็นกันเอง เสมือนไปรับประทานอาหารที่บ้านของเพื่อนหรือคนคุ้นเคย บริเวณทางเข้าร้านตกแต่งด้วยผนังอิฐและชั้นหนังสือไม้ ก่อนจะเดินเข้าสู่ส่วนของ Bar ที่สะดวกสบายด้วยชุดเก้าอี้และโซฟานุ่มสบาย ให้ท่านได้นั่งผ่อนคลายระหว่างเพลิดเพลินไปกับการแสดงดนตรีสดที่ผัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาสร้างความประทับใจให้ผู้มาเยือนด้วยแนวเพลงที่แตกต่างกันไปในแต่ละวัน

ถัดจากส่วนของบาร์จะมีบันไดทอดยาวลงไปสู่ห้องอาหารที่ดูโอ่โถงด้วยเพดานสูง และการปูพื้นด้วยหินอ่อนสีครีม ตัวห้องอาหารแบ่งออกเป็นสองชั้น ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกยาวจากพื้นจรดเพดานที่เปิดรับแสงธรรมชาติจากด้านนอก พร้อมวิวสระว่ายน้ำและสวนสวยของโรงแรม ยาวออกไปจนมองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยา แขกส่วนใหญ่จึงมักนิยมที่จะนั่งในบริเวณชั้นสองซึ่งจะสามารถมองเห็นวิวด้านนอกในมุมมองที่กว้างไกลกว่า บริเวณระเบียงด้านนอกยังมีโต๊ะรับประทานอาหารที่ท่านสามารถเลือกนั่งรับลมเย็นๆกับบรรยากาศของสวนสวยริมสระว่ายน้ำได้อีกด้วย

ด้วยไอเดียของ Chef Luca Casini เชฟใหญ่ประจำห้องอาหารที่ต้องการนำเสนออาหารอิตาเลียนต้นตำรับ ผ่านการปรุงแบบเรียบง่ายในรูปแบบสมัยใหม่ ในบรรยากาศผ่อนคลายที่เหมาะกับการเป็นสถานที่สังสรรค์พบปะเพื่อนฝูงหรือรับประทานอาหารเย็นแบบสบายๆร่วมกับคนในครอบครัว ห้องอาหารแห่งนี้จึงประดับประดาไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มของหนุ่มหล่อสาวสวยเปรียบเสมือนการทักทายผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นสมชื่อ Volti ที่แปลว่า “ใบหน้า” ในภาษาอิตาลี

“แขกชาวไทยแตกต่างจากแขกชาวต่างชาติที่มักยึดติดกับรสชาติอาหารในแบบของตัวเอง คนไทยนั้นใจกว้าง พวกเขามาร้านอาหารอิตาเลียนเพื่อลิ้มลองรสชาติแบบอิตาลีแท้ๆ เราจึงสามารถนำเสนอรสชาติต้นตำรับได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้คนไทยยังชอบลิ้มลองอะไรใหม่ๆ แน่นอนว่าแขกส่วนใหญ่มาที่นี่เพื่อมองหาเมนูยอดนิยมอย่างพิซซ่า พาสต้า หรือราวิโอลี่ อย่างไรก็ดีเรามักมีเมนูใหม่ๆมาแนะนำอยู่เสมอ เพราะเป้าหมายสูงสุดของผมและทีมงานคือทุ่มเทสร้างสรรค์อาหารเพื่อให้ผู้ที่มารับประทานอาหารที่ Volti ได้รับประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมกลับไปทุกครั้ง”

Chef Luca Casini

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้มื้ออาหารของท่านสนุกสนานและน่าสนใจยิ่งขึ้น Volti ยังมีครัวแบบเปิดซึ่งท่านสามารถชมฝีมือการปรุงอาหารชั้นครูโดย Chef Luca Casini และทีมงานได้ทุกขั้นตอน อีกทั้งหากมีข้อสงสัยหรืออยากทราบเคล็ดลับการทำอาหาร Chef Luca ยินดีให้คำแนะนำและมีเรื่องเล่าที่น่าสนใจ รอท่านมาค้นหาอยู่อีกมาก

อาหารแต่ละจานของ Chef Luca จะสวยงามน่ารับประทานขนาดไหน จะอร่อยสมคำร่ำลือหรือไม่ วันนี้ Great Gastro Life จะพาท่านไปหาคำตอบ

Marinated Octopus

(potato, parsley, taggia olives, cherry tomato)

เริ่มต้นมื้อใหญ่กับ Hot appetizer จานเด่นที่เชฟภาคภูมิใจ Marinated Octopus เป็นอาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของอิตาลีที่พบได้ในเมืองตามชายฝั่งทะเล ความพิเศษของจานนี้อยู่ที่เนื้อปลาหมึกที่นำเข้าจากอิตาลีโดยเฉพาะ มาพร้อมความเหนียวหนึบของเนื้อปลาหมึกและความนุ่มละมุนอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งแตกต่างจากเนื้อปลาหมึกทั่วไปที่เรามักได้รับประทานกัน เพื่อรักษาให้รสชาติแสนพิเศษของปลาหมึกตัวนี้ชัดเจนที่สุด เชฟจึงเลือกวิธีการปรุงแบบเรียบง่ายโดยใช้ มันฝรั่งต้มปรุงรสด้วยมะกอกจากแคว้น Liguria ที่มีรสนุ่มละมุมต่างจากมะกอกทั่วไป ตัดด้วยสลัดมะเขือเทศรสเปรี้ยวอมหวาน เป็นจาน starter สุดพิเศษที่หาทานได้ไม่ง่ายนัก

Yellow Fin Tuna Carpaccio

(pickled onion, orange, mustard)

ด้วยความที่ Chef Luca ชอบรับประทานปลาสด Yellow Fin Tuna Carpaccio จึงเป็นอีกจานที่พัฒนามาจากความหลงใหลของเชฟ เนื้อปลาทูน่าสดใหม่นำเข้าจาก Sicily  เมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของอิตาลี แล่เป็นชิ้นบางๆเสิร์ฟพร้อมมัสตาร์ดรสเผ็ดอ่อนๆ พิทาชิโอ เนื้อส้ม และหัวหอม เป็น cold starter ที่นำเนื้อทูน่ามาจับคู่เข้ากับวัตถุดิบหลากหลายชนิดที่มีรสชาติและกลิ่นหอมโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างน่าประทับใจ มีสีสันและรสชาติต่างกันไปในแต่ละคำ

Fettuccine Porcini

(sauté cep, best European mushrooms, parsley, garlic, thyme)

พาสต้าโฮมเมดผัดใน porcini sauce หอมกลิ่นเนย กระเทียมและหอมแดง ก่อนเพิ่มรสชาติสดใหม่ด้วยเห็ดชั้นเลิศนำเข้าจากยุโรป แม้จะเป็น butter based sauce แต่ Chef Luca ทำออกมาได้อย่างลงตัว คือไม่เลี่ยนจนเกินไป ในขณะเดียวกันยังคงความหอมมันของเนยไว้ได้อย่างครบถ้วนชัดเจน ประกอบกับความพิถีพิถันในการเลือกใช้เห็ด porcini และไม่ใส่วัตถุดิบอื่นลงไปเจือปน ทำให้รสและกลิ่นหอมของ Porcini โดดเด่นเป็นพิเศษ เข้ากันได้ดีกับซอสครีมหอมนุ่มละมุนและสัมผัสเนียนนุ่มของเส้นพาสต้า

Biancaneve

(mozzarella, rucola, parma ham, parmigiano)

หากท่านเป็นแฟนพิซซ่าและหลงรักความเป็นอิตาลี ไม่ควรพลาดจานนี้ Biancaneve Pizza พิซซ่าถาดนี้พิเศษที่ใช้แป้งโดแบบปกติ อบกับ mozzarella cheese จากนั้นจึงโรยหน้าด้วยส่วนประกอบหลากหลายชนิดซึ่งล้วนแล้วแต่มีรสชาติและกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ทั้ง ใบ rocket, parma ham และ parmesan cheese แบบสดๆ โดยไม่มีการใส่ซอสที่มีส่วนผสมของมะเขือเทศลงไปเหมือนพิซซ่าที่เรามักคุ้นเคย พิซซ่าชนิดนี้มีชื่อเรียกในวงการอาหารอิตาเลียนว่า white pizza รสสัมผัสกรุบกรอบของแป้งเข้ากันได้ดีกับ mozzarella cheese ที่ละลายเคลือบอยู่บนแป้งโด เมื่อรับประทานพร้อมกับหน้าพิซซ่าที่ไม่ผ่านการปรุงใดๆแล้วยิ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้พิซซ่าถาดนี้ได้เป็นอย่างดี

Roasted Sea Bass

(potato, salicornia, saffron)

จานหลักประจำค่ำคืนนี้เป็นลูกผสมระหว่างเนื้อปลา sea bass ที่ให้รสสัมผัสบางเบากับ saffron sauce เนื้อครีมเข้มข้นที่ผสานกลิ่นหอมสดชื่นของ saffron เข้ากับรสเค็มของ salicornia หรือ sea asparagus และมันฝรั่งอบได้อย่างลงตัว เนื้อปลาสดรสหวานนำไปย่างสุกกำลังดีมีรสเค็มจางๆ  ทานคู่กับผักขมต้มเนื้อหวานและมะเขือเทศสีสันสดใส ใครที่ชอบอาหารทะเลรสเข้มข้น จานนี้เราขอแนะนำ

Panna Cotta

(lemon, strawberry, amaretto di saronno)

มาถึงของหวาน Volti ขึ้นชื่อเรื่องขนมหวานที่นำรสชาติคลาสสิกแบบอิตาลีมาประยุกต์เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของเชฟได้แบบไม่ซ้ำใคร เช่น signature Panna Cotta ตัวนี้ ของหวานเนื้อครีมเนียนนุ่มราดทับมาด้วยซอสมะนาวรสเปรี้ยวหอมสดชื่น ก่อนปิดท้ายด้วยซอร์เบท์สตรอว์เบอร์รี่รสหวานเย็นชื่นใจ เสิร์ฟในถ้วยทรงสูงราดด้วยไนโตรเจนเหลวผสมมัสคาโปนชีส ซึ่งช่วยทำให้เนื้อครีม Panna Cottta แข็งตัวและให้สัมผัสที่พิเศษกว่าเคย เวลาเสิร์ฟเชฟจะนำถังในโตรเจนเหลวมาโรยลงไปในถ้วยที่โต๊ะของเราทำให้เกิดหมอกควันพวยพุ่งอยู่เหนือแก้ว เรียกได้ว่าตื่นเต้นทั้งรสชาติและตื่นตาทั้งการนำเสนอ

Vanilla Millefeuille

(puff pastry, bourbon vanilla, strawberry sorbet)

ปิดท้ายมื้ออาหารอันอบอุ่นแสนประทับใจด้วยของหวานสุดโปรดของ Chef Luca กับ Millefeuille สูตรเฉพาะซึ่งเชฟทำออกมาในรูปแบบที่เขาชอบมากที่สุด แป้งบางกรอบละลายในปาก เสิร์ฟมาพร้อม vanilla mousse เนื้อนุ่มหอมรสชาติหวานกำลังดี ตัดรสด้วยไอศกรีมโฮมเมทซอร์เบท์สตรอว์เบอร์รี่ที่มาพร้อมรสหวานอมเปรี้ยว ไอศกรีมเย็นๆเนื้อเนียนละเอียดคล้ายโยเกิร์ตช่วยเพิ่มรสสัมผัสที่หลากหลายให้ Vanilla Millefeuille จานนี้ เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ไม่ควรพลาด

นอกจากอาหารอิตาเลียนรสเลิศ Volti ยังมีเมนูเพื่อสุขภาพจากพืชผักปลอดสารพิษและวัตถุดิบพิเศษตามฤดูกาลมานำเสนอให้ทุกท่านได้ลิ้มลองอีกด้วย หากท่านกำลังมองหาร้านอาหารบรรยากาศดีที่เหมาะกับทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นมื้อค่ำสุดโรแมนติก หรือผ่อนคลายหลังเลิกงาน ไปจนถึงการสังสรรค์กับเพื่อน Volti พร้อมต้อนรับทุกท่านด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นและการบริการที่เป็นกันเองของพนักงานทุกท่าน พร้อมทีม Chef มืออาชีพที่ปรุงอาหารทุกจานด้วยจากใจรัก เพื่อสร้างประสบการณ์การรับประทานอาหารที่แสนประทับใจ ในทุกวัน และทุกๆโอกาส