Top
Cafe Parisien

CAFE PARISIEN, A CASUAL FRENCH DINING

1

WHAT    : Cafe Parisien Bangkok

WHERE : Glasshouse @ Sindhorn

WHEN   : Daily, Lunch 11:30 – 14:00 hrs. Dinner 18:00 – 22:00 hrs.

VIBE      : The casual café in Paris, this stylish restaurant exudes a modern elegance, mixed with a touch of urban rustic design. The iconic floor-to-ceiling glass windows allow diners to overlook the hectic street life and the lush green trees along the road, while letting natural lighting to travel across the dining area.

Café Parisien ห้องอาหารฝรั่งเศสที่มาพร้อมกับบรรยากาศแสนผ่อนคลาย ตั้งอยู่บนถนนวิทยุที่รายล้อมไปด้วยสถานฑูตนานาประเทศ โรงแรมชั้นนำ รวมไปถึงความร่มรื่นเขียวฉอุ่มของหมู่มวลไม้ที่เรียงรายอยู่ตลอดแนวถนน พร้อมแล้วที่จะเสิร์ฟเมนูอาหารฝรั่งเศสต้นตำรับแบบฉบับชาวปารีสในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าของอาคารสินธรภายในโครงการ Glasshouse @ Sindhorn ซึ่งประกอบไปด้วยร้านอาหารชั้นนำ 4 ร้าน บาร์ซิการ์ 1 ร้าน และร้านกาแฟยอดนิยมอีกหนึ่งร้าน ด้วยรูปแบบสถาปัตกรรมที่นำสมัยและโดดเด่นของอาคารเรือนกระจกรูปทรงคริสตัล 4 อาคาร ที่เรียงรายไปตามแนวถนนและร่มไม้ใหญ่ จึงทำให้ Glasshouse @ Sindhorn กลายเป็นจุดนัดพบแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพของนักชิมทั้งไทยและเทศ ที่มองหาร้านอาหารชั้นยอดในบรรยากาศที่แสนผ่อนคลายและเดินทางมาได้สะดวก

Café Parisien ได้จำลองเอารูปแบบของ Café สไตล์ฝรั่งเศสในมหานคร Paris อันสะท้อนถึงรูปแบบการใช้ชีวิตของชาว Parisien ซึ่งมาพร้อมกับความหรูหราแต่เรียบง่ายและแสนผ่อนคลาย ซึ่งท่านจะสามารถสัมผัสได้นับตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่บริเวณร้าน ด้วยการตกแต่งที่เน้นความโล่งโปร่งสบายด้วยเพดานสูง 2 ชั้นและกระจกใสบานใหญ่ที่เปิดให้เห็นถนนด้านหน้าที่โอบล้อมไปด้วยความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีอายุยืนยาวผ่านกาลเวลามาคู่กัน พื้นปูด้วยไม้สีนำตาลครีมตัดกับบานผนังหินอ่อนสีขาว จัดวางชุดโต๊ะเก้าอี้สไตล์วินเทจสีเบสอ่อนเบา สลับกับโต๊ะไม้สีคาราเมลที่ทำจากแผ่นไม้ชิ้นใหญ่ทั้งชิ้นพร้อมเก้าอี้เข้าชุดกัน บนโต๊ะจัดวางชุดเครื่องใช้ชั้นดีครบครันไว้อย่างหรูหราคลาสสิค บนเพดานประดับโคมไฟสีขาวที่ทำจากไม้ช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและโรแมนติคยิ่งขึ้นหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว

บริเวณชั้นล่างมีห้องครัวที่กั้นด้วยกระจกใสเพื่อเปิดให้แขกสามารถเพลิดเพลินไปกับการสังเกตขั้นตอนการปรุงอาหารของเชฟได้ ส่วนชั้นบนมีขนาดกำลังพอดีสำหรับจัด Private Dining โดยสามารถรองรับแขกได้ไม่เกิน 18 ท่าน พิเศษยิ่งขึ้นด้วย mini kitchen ที่สามารถจัดเป็น Chef’s Table เพื่อให้เชฟปรุงอาหารให้แขกได้รับชมกันอย่างใกล้ชิดหรือจัด cooking class ได้อีกด้วย

อาหารของ Café Parisien ได้พ่อครัวชาวฝรั่งเศสอย่างเชฟ Olivier Castella มาเป็นผู้ดูแล เชฟ Olivier นั้นมีประสบการณ์การทำอาหารฝรั่งเศสในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ในฐานะ private chef ที่คนทั่วไปจะมีโอกาสน้อยมากในการได้ลิ้มลองฝีมือของเขา ด้วยเทคนิคการปรุงอาหารฝรั่งเศสที่แพรวพราวและมุ่งนำเสนออาหารชั้นยอดจากวัตถุดิบชั้นเลิศ เป็นที่แน่นอนว่าอาหารฝีมือเชฟ Olivier ต้องเป็นที่ประทับใจของทุกท่านที่แวะเวียนมารับประทานอาหาร ณ Café Parisien แห่งนี้

วันนี้ Great Gastro Life จะขอนำท่านไปสัมผัสประสบการณ์การทานอาหารฝรั่งเศสเลิศรสโดยเชฟ Olivier Castella ณ Café Parisien กับช่วงเวลาพิเศษที่ทำให้เราสัมผัสได้ว่า อาหารฝรั่งเศสนั้นเข้าถึงได้ง่ายและสบายกว่าที่เราคิด

ขนมปัง baguette พร้อมกับเนยสดเนื้อเนียนนุ่มเสิร์ฟมาเป็นอันดับแรกให้ลูกค้าได้ทานรองท้องก่อนที่อาหารมื้อหลักจะมาถึง

Appetizer

Spanish Octopus & Organic Mixed Salad Jimenez Vinaigrette

อาหารเรียกน้ำย่อยจานแรกเป็นสลัดสไตล์พื้นเมืองของฝรั่งเศส ส่วนประกอบหลักเป็นเนื้อปลาหมึกยักษ์นำเข้าจากประเทศสเปน ปรุงมาจนสุกกำลังดีมีกลิ่นหอมของเนื้อปลาหมึกเกรียมไฟที่เป็นเอกลักษณ์ ให้เนื้อสัมผัสที่เหนียวหนึบแต่นุ่มนวล คลุกเคล้าเข้ากับผักสดกรอบหลากชนิด ไม่ว่าจะเป็น มะกอก มะเขือเทศ มันฝรั่งอบชิ้นเล็กๆ และ เบคอนอบกรอบเพื่อเพิ่มมิติให้กับรสสัมผัสอันหลากหลายของจานนี้ ก่อนจะราดด้วยเดรซซิ่ง Jimenez vinaigrette ที่มีส่วนผสมของไวน์ขาว ช่วยทำให้สลัดจานนี้มีรสชาติโดดเด่นยิ่งขึ้น เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยสไตล์ฝรั่งเศสชั้นดี ที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยรสชาติอันจัดจ้าน

Pan Seared Foie Gras

Organic Rocket & Raspberry Balsamic Reduction

ตามมาด้วยจานเรียกน้ำย่อยที่เชฟภูมิใจนำเสนออย่าง Pan Seared Foie Gras ซึ่งเลือกใช้ฟัวกราส์ชิ้นหนาใหญ่เป็นพิเศษ มีรสสัมผัสที่นุ่มนวล ละลายในปาก ให้รสชาติที่นุ่มลึกและมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยรสหวานอมเปรี้ยวของลูกแพร์ที่เสิร์ฟมาคู่กัน ภายในจานยังประดับตกแต่งอย่างสวยงามด้วยซอสราสเบอร์รี่พร้อมทั้งผักออร์แกนิคใบเขียว ที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น เป็นเมนูฟัวกราส์แบบฝรั่งเศสที่ทำได้ดี รสชาติเข้มข้นชัดเจน รับรองว่าต้องเป็นที่ถูกปากของท่านนักชิมชาวไทย

French Traditional

Slow Cooked Pork Belly, Ratte Potatoes & Pommary Mustard

เชฟ Olivier Castella ได้นำสูตรอาหารฝรั่งเศสต้นตำรับเมนูนี้มาให้เราได้ลิ้มลองกัน โดดเด่นด้วยเนื้อหมูสามชั้นที่ผ่านกรรมวิธีการปรุงอย่างพิถีพิถันทำให้เนื้อมีความนุ่มละมุนลิ้นตัดกับความกรอบของแผ่นหนังบางเบาที่วางเอาไว้ด้านบน รับประทานพร้อมกันจะได้รสสัมผัสที่ผสมผสานความนุ่มและกรอบไว้ได้ในคำเดียว เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่งบดเนื้อนุ่มละมุนลิ้นที่ทำมาจาก Ratte potato กลิ่นหอมถั่วคั่วและมีส่วนผสมของแอปเปิ้ลมัสตาร์ดที่ช่วยเสริมสัมผัสหยาบๆและกลิ่นเฉพาะตัวลงไป ปิดท้ายด้วยเบบี้แครอทและหอมแดงเสริมมิติและเพิ่มความสวยงามให้กับอาหารจานนี้ได้เป็นอย่างดี

Main Course

Slow-Cooked Beef Short Rib 24 Hrs, Sarladaise Potato & Braised Endive, Shallot Red Wine Sauce

เนื้อติดซี่โครงชิ้นใหญ่ ปรุงแบบ Slow Cook ด้วยไฟอ่อนเป็นเวลาถึง 24 ชั่วโมง จนเนื้อสุกหอมนุ่มละมุนลิ้น ตัวเนื้อชุ่มฉ่ำด้วยชั้นของไขมันที่แทรกอยู่เป็นชั้นบางๆอย่างสวยงาม ราดด้วย Shallot Red Wine Sauce ที่มีกลิ่นหอมน่ารับประทานเป็นพิเศษ เสิร์ฟโดยวางเนื้อที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆพอดีคำ เรียงกันเอาไว้ข้างๆกระดูกซี่โครงชิ้นใหญ่ และตกแต่งด้วย Sarladaise Potato ที่มีเนื้อหวานฉ่ำ และ Braised Endive ที่มีรสขมเล็กน้อย รับประทานเคียงกันจะได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัวเข้ากันได้กับเนื้อสเต็กเป็นอย่างดี

Plancha of Wild Dover Sole

Buttered Potato & Baby Spinach Meunière Sauce

สำหรับท่านที่ไม่รับประทานเนื้อ เชฟแนะนำเมนูปลาที่ปรุงแบบฝรั่งเศสต้นตำรับมาให้ลิ้มลองกัน เมนูแนะนำนี้ใช้ปลา Dover Sole จากทะเลลึกในมหาสมุทรแอตแลนติกซึ่งเป็นปลาที่เติบโตตามธรรมชาติ นำมาปรุงแบบพื้นบ้านง่ายๆด้วยการย่างกับเนย ซึ่งช่วยเพิ่มกลิ่นหอม และความชุ่มชื่นให้กับเนื้อปลา ทำให้ได้จานปลาที่มีรสชาติอ่อนๆกับกลิ่นหอมพิเศษจากเนื้อปลาทะเลน้ำลึก บีบมะนาวลงไปเพื่อเพิ่มรสชาติเล็กน้อย หรือจะเลือกทานคู่กับ Meunière Sauce ที่ทำจากเนยขาว ไวน์ขาวและมะนาวก็มีรสดีได้ไม่แพ้กัน

Dessert

Baked Hazelnut Soufflé with Homemade Vanilla Ice Cream

มาถึงเมนูของหวาน เริ่มกันด้วยเมนูต้นตำรับขึ้นชื่อจากฝรั่งเศสอย่าง Hazelnut Soufflé ที่ทำจากเฮเซลนัทพลาลีน โดยนำไปอบที่อุณภูมิ 260 องศาเป็นเวลานาน 20 นาทีจนเนื้อแป้งเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทองและขยายตัวฟูขึ้นมา ให้รสสัมผัสบางเบาเหมือนปุยเมฆกับรสชาติหวานน้อยๆกำลังดี ไม่หวานจนเกินไป เสิร์ฟมาพร้อมกับไอศกรีมวานิลลาและเบอร์รี่สด ก่อนจะโรยด้วยผงน้ำตาลไอซิ่งไว้ด้านบนเพื่อความสวยงาม

Dessert

Flambéed Crêpe Suzette with Grand Marnier Liquor

ปิดท้ายอาหารฝรั่งเศสมื้อพิเศษกันด้วยเมนูยอดนิยมอย่าง Flambéed Crêpe Suzette สูตรต้นตำรับจากฝรั่งเศส เนื้อแป้งเครปแผ่นบางมีความเหนียวนุ่มนวลเสมอกันทั่วทั้งแผ่น เข้ากันเป็นอย่างดีกับซอสสูตรพิเศษที่ทำจากผิวส้มและ Grand Marnier Liquor ที่มีรสหวานอมเปรี้ยวและไม่ขม เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมวานิลลาโฮมเมดและผลเบอร์รี่สด ปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างน่าประทับใจ

ไม่ใช่เพียงแต่รสชาติอาหารฝรั่งเศสต้นตำรับที่ถูกปรับให้เข้าปากคนไทย และ ราคาที่คุ้มค่าเท่านั้นที่ทำให้ Café Parisien มีความโดดเด่นขึ้นมาท่ามกลางร้านอาหารฝรั่งเศสที่เปิดให้บริการอยู่มากมายในกรุงเทพ แต่ยังรวมถึงบรรยากาศที่ผ่อนคลายเป็นกันเอง ที่ได้เปลี่ยนภาพร้านอาหารฝรั่งเศสที่ดูหรูหราและเข้าถึงได้ยาก มาเป็นร้านอาหารในบรรยากาศสบายๆสามารถแวะเวียนไปรับประทานได้ทุกวัน Great Gastro Life ขอเชิญท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์การทานอาหารฝรั่งเศสในรูปแบบที่แตกต่าง ณ Café Parisien ใจกลางถนนวิทยุแห่งนี้ รับรองว่าที่แห่งนี้จะทำให้ท่านตกหลุมรักได้อย่างง่ายดายเป็นแน่